Skip to main content
ตลาดโคกอีโด่ย จ.สระแก้วเดือด! หมวดทางหลวงตาพระยาสั่งรื้อป้ายรณรงค์ค้านสะพานยกระดับเขาช่องตะโก ชาวบ้านโต้เข้าข่ายข่มขู่ ชี้ขัดข้อตกลงกับรัฐบาล
กลับหน้าสื่อ

ตลาดโคกอีโด่ย จ.สระแก้วเดือด! หมวดทางหลวงตาพระยาสั่งรื้อป้ายรณรงค์ค้านสะพานยกระดับเขาช่องตะโก ชาวบ้านโต้เข้าข่ายข่มขู่ ชี้ขัดข้อตกลงกับรัฐบาล

กองเลขาฯ สมัชชาคนจน
2 พฤษภาคม 2569

ตลาดโคกอีโด่ย อ.ตาพระยา จ.สระแก้วเดือด! หลังหมวดทางหลวงตาพระยาสั่งรื้อป้ายรณรงค์ค้านสะพานยกระดับเขาช่องตะโก อ้างผิดพรบ.ทางหลวง ชาวบ้านโต้เข้าข่ายข่มขู่ ชี้ัชดขัดข้อตกลงแนวทางการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกสมัชชาคนจนกับรัฐบาล

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงจังหวัดสระแก้วและหมวดทางหลวงตาพระยา ประมาณ 7 นาย อ้างว่าเป็นตัวแทนจากจังหวัดสระแก้ว ได้รับมอบหมายมาเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอของพี่น้องชุมชนโคกอิโด่ย กรณีปัญหาการสำรวจและออกแบบทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว – อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์

ทางชุมชนมีตัวแทนพูดคุย พร้อมด้วยแม่ค้า พ่อค้าตลาดโคกอิโด่ยร่วมรับฟังและพูดคุยร่วมกัน โดยตัวแทนชุมชนโคกอีโด่ยได้อธิบายปัญหาว่า “โครงการก่อสร้างสะพานยกระดับขึ้นเขาช่องตะโก จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อแม่ค้า พ่อค้าตลาดโคกอิโด่ย เพราะจุดเริ่มต้นขึ้นสะพานอยู่กลางตลาด ทำให้รถลูกค้าวิ่งผ่านข้ามหัวไป ไม่สามารถจอดซื้อสินค้าของชุมชนได้”

ชุมชนจึงมีข้อเสนอ ได้แก่

1. ขอให้ขยับจุดขึ้นสะพานออกไปให้พ้นตลาดประมาณ 300 เมตร

2. บริเวณหน้าตลาดไม่ต้องการเกาะกลางถนนแบบคอนกรีต ให้เป็นเกาะหญ้า

3. จุดกลับรถให้อยู่ในระยะที่ลูกค้าสามารถกลับรถมาซื้อสินค้าได้สะดวก

4. ขอให้กรมทางหลวงพัฒนาตลาดโคกอิโด่ยเป็นจุดพักรถ

อย่างไรก็ตาม ชุมชนต้องการให้ข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาในรูปแบบการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ ที่มีการแต่งตั้งขึ้นมา เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการเจรจากับรัฐบาลและมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว

ตัวแทนชุมชนโคกอีโด่ยให้สัมภาษณ์ว่า

เจ้าหน้าที่อ้างว่าจะนำเรียนนายให้ พร้อมทั้งยังกล่าวว่าชุมชนเอาแต่ใจตัวเอง ต้องคิดถึงส่วนรวม ต้องเสียสละ จากนั้นในฐานะตัวแทนชุมชนจึงได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่า “ไม่ได้เห็นแก่ตัว แต่ต้องการให้มีการพูดคุยในรูปแบบคณะกรรมการเพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่ให้ชาวบ้านยอมฝ่ายเดียว” การพูดคุยจึงดำเนินไปในลักษณะโต้แย้ง โดยเจ้าหน้าที่ยังกล่าวว่า “หากโครงการดำเนินการและมีการบังคับใช้กฎหมาย ชาวบ้านจะทำอย่างไร ขณะที่ตัวแทนตอบว่า หากเอากฎหมายมาคุยกันก็จะไม่จบ บรรยากาศการพูดคุยจึงถูกมองว่าไม่ได้เป็นการรับฟังปัญหาของผู้เดือดร้อน แต่คล้ายกับการกดดันให้ชุมชนยอมรับโครงการก่อสร้างสะพานยกระดับขึ้นเขาช่องตะโกดังกล่าว

ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับในเวลาประมาณ 15.30 น. หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที มีชายคน หนึ่งโทรศัพท์หาตัวแทนชุมชนโดยอ้างว่าเป็นตัวแทนกรมทางหลวงจังหวัดสระแก้ว ขอให้ชุมชนถอดป้ายรณรงค์ออก แต่ตัวแทนตอบว่าไม่สามารถถอดถอนป้ายออกได้ เนื่องจากป้ายดังกล่าวใช้เพื่ออธิบายให้ลูกค้าเข้าใจถึงความเดือดร้อนของชุมชน และชาวบ้านจะไม่ถอยจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข ก่อนที่ปลายสายจะวางโทรศัพท์ทันที

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ชาวบ้านพบว่าที่ป้ายรณรงค์มีหนังสือติดไว้ โดยเป็นหนังสือจากหมวดทางหลวงตาพระยา สั่งให้รื้อถอนป้ายภายใน 7 วัน เนื่องจากเป็นการติดป้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต หากไม่รื้อถอน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการรื้อถอนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ด้านตัวแทนชุมชนโคกอีโด่ยกล่าวว่า ชุมชนโคกอิโด่ยได้ยื่นเรื่องเจรจากับรัฐบาลตั้งแต่ปี 2566 และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ได้มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ครั้งที่ 1/2568 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 348 พร้อมทั้งรับทราบ “บันทึกแนวทางการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกสมัชชาคนจน” ซึ่งระบุในมาตรการข้อ 2.4.2 ว่า ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ คุกคาม ขับไล่ รื้อถอนทำลายทรัพย์สิน หรือดำเนินคดีต่อผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่พิพาท เว้นแต่เป็นการบุกรุกใหม่

ตัวแทนชุมชนระบุว่า การออกหนังสือสั่งรื้อป้ายของหมวดทางหลวงตาพระยา เข้าข่ายขัดกับบันทึกข้อตกลงดังกล่าวอย่างชัดเจน จึงเรียกร้องให้หมวดทางหลวงตาพระยาถอนหนังสือดังกล่าว และให้รัฐบาลเร่งรัดการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อหาทางออกร่วมกันโดยเร็ว

#สมัชชาคนจน#บทความ
แชร์: